วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ก. พ.ศ., ร.ศ., ม.ศ.
ข. ฮ.ศ., จ.ศ., พ.ศ.
ค. พ.ศ., ฮ.ศ., จ.ศ.
ง. ร.ศ., ค.ศ., จ.ศ.
ข้อที่ 2)การเริ่มนับพุทธศักราชของไทยแตกต่างจากพม่าและศรีลังกาอย่างไร
ก. ไม่แตกต่าง เริ่มนับ พ.ศ. ๑ เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติ
ข. ไม่แตกต่าง เริ่มนับ พ.ศ. ๑ เมื่อพระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพาน
ค. แตกต่าง ไทยเริ่มนับ พ.ศ. ๑ ในปีที่พระพุทธเจ้าประสูติ ส่วนศรีลังกาและพม่าเริ่มนับ พ.ศ. ๑ เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติได้ ๑ ปี
ง. แตกต่าง ไทยเริ่มนับ พ.ศ. ๑ หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ๑ ปี ขณะที่ศรีลังกาและพม่าเริ่มนับ พ.ศ. ๑ หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ข้อที่ 3)ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
ก. การนับศักราชทั้งสากลและไทยไม่มีความแตกต่างกัน เพราะเกี่ยวกับศาสนาเหมือนกัน
ข. การนับศักราชทั้งสากลและไทยมีความแตกต่างกัน ตรงที่ศักราช ๑ นับในปีที่พระเยซูส่วน พ.ศ. ๑ เริ่ม นับจากปีที่พระพุทธเจ้าประสูติ
ค. การนับศักราชทั้งสากลและไทยมีความเหมือนกันตรงที่เกี่ยวข้องกับศาสนา แต่ต่างกันตรงที่ ค.ศ. ๑ นับจากปีที่พระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพาน
ง. การนับศักราชทั้งสากลและไทยมีความเหมือนกันตรงที่เกี่ยวข้องกับศาสนา แต่ต่างกันตรงที่ ค.ศ. ๑ นับจากปีที่พระเยซูประสูติ ส่วน พ.ศ. ๑ นับจากปีที่พระพุทธเจ้าสิ้นพระชนม์แล้ว ๑ ปี
ข้อที่ 4)ข้อใดคืออักษรย่อของสากลศักราช
ก. ค.ศ.
ข. ส.ส.
ค. ศ.ส.
ง. ส.ศ.
ข้อที่ 5)ข้อใดเขียนถูกต้องเกี่ยวกับปีก่อนมีการใช้ ค.ศ. ๗๖ ปี
ก. B.C. ๗๖
ข. ๗๖ B.C.
ค. A.D ๗๖
ง. ๗๖ A.D
ข้อที่ 6)เมื่อ ค.ศ. เริ่มนับเมื่อพระเยซูประสูติ และ พ.ศ. เริ่มนับเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ดังนั้นพระพุทธเจ้า ประสูติก่อนพระเยซูกี่ปี
ก. ๕๔๓ ปี
ข. ๕๔๔ ปี
ค. ๖๒๓ ปี
ง. ๖๒๔ ปี
ข้อที่ 7)คำว่ายุคสมัยในประวัติศาสตร์หมายถึงข้อใดถูกต้องที่สุด
ก. การศึกษาสังคมมนุษย์ใอดีต
ข. การเปลี่ยนแปลงของระบบสังคม
ค. การศึกษาสังคมมนุษย์ในอดีต ปัจจุบันและอนาคต
ง. การศึกษาอดีตของสังคมมนุษย์โดยมองจากด้านเวลา
ข้อที่ 8)ข้อใดคือหลักเกณฑ์การแบ่งยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์สากล
ก. แบ่งตามจักรวรรดิ
ข. แบ่งตามเมืองหลวง
ค. แบ่งตามพัฒนาการของมนุษย์
ง. ใช้เกณฑ์การแบ่งช่วงเวลาตามเวลาที่ใกล้ ไกล กับปัจจุบัน
ข้อที่ 9)ข้อใดจัดอยู่ในประวัติศาสตร์สากลสมัยโบราณ
ก. อารยธรรมกรีก
ข. ยุคจักรวรรดินิยม
ค. อารยธรรมไบแซนไทน์
ง. จักรวรรดิโรมันตะวันออก
ข้อที่ 10)อาณาจักรใดจัดอยู่ในสมัยโบราณ
ก. อาณาจักรละโว้
ข. อาณาจักรทวารวดี
ค. อาณาจักรตามพรลิงค์
ง. อาณาจักรโยนกเชียงแสน
เฉลย
1. ก
2. ง
3. ง
4. ง
5. ข
6. ค
7. ง
8. ค
9. ก
10. ข
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
การนับศักราชและการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากลและไทย
การนับศักราชไทยและสากล
การนับศักราชแบบไทย มีดังนี้๑.มหาศักราช(ม.ศ.) มหาศักราชเกิดขึ้นในประเทศอินเดียภายหลังพุทธศักราช ๖๒๑ ปีแพร่หลายเข้ามาสู่ประเทศไทยผ่านทางพวกพราหมณ์เป็นผู้นำเข้ามาพร้อมกับตำราโหราศาสตร์ ในประเทศไทยใช้มหาศักราชก่อนศักราชอื่นๆตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัยจนถึงสมัยอยุธยาตอนกลางพบหลักฐานที่ใช้มากในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย
๒.พุทธศักราช(พ.ศ.) พุทธศักราชเกิดขึ้นในประเทศอินเดียและแพร่หลายในประเทศที่ตนนับถือพุทธศาสนาเป็นหลัก การนับพุทธศักราชเริ่มตั้งแต่ปีที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแต่มีวิธีการนับแตกต่างกันในไทยยึดหลักการนับ พ.ศ.๑ เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ๑ ปี ไทยใช้พุทธศักราชมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในสมัยอยุธยาบางรัชกาลใช้พุทธศักราชร่วมกับศักราชอื่นและใช้แพร่หลายในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปีพ.ศ.๒๔๕๕ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
๓.จุลศักราช(จ.ศ.) จุลศักราชเกิดขึ้นในประเทศพม่าภายหลังพุทธศักราช ๑๑๘๑ ปีแพร่หลายเข้ามาสู่ประเทศไทย และเริ่มใช้จุลศักราชมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและต่อมาใช้อย่างแพร่หลายในสมัยอยุธยาตอนปลายและต่อเนื่องมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พบหลักฐานที่ใช้จุลศักราช เช่น พงศาวดารกรุงศรี อยุธยา กฎหมายตราสามดวง เป็นต้น ปัจจุบันยังใช้จุลศักราชในเอกสารบางประเภท เช่น ตำราโหราศาสตร์
๔.รัตนโกสินทร์ศก(ร.ศ.) รัตนโกสินทร์ศกเป็นการนับศักราชที่ใช้เฉพาะประเทศไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๓๒ โดยเริ่มนับร.ศ.๑เมื่อปีพ.ศ.๒๓๒๕ ซึ่งเป็นปีที่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ไทยเริ่มใช้การนับแบบร.ศ.ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวเปลี่ยนไปใช้การนับพุทธศักราชจนถึงปัจจุบัน หลักฐานที่ใช้รัตนโกสินทร์ศก เช่น พระราชหัตเลขารัชกาลที่ ๕ และจดหมายพระราชกรณียกิจรายวันในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
การนับศักราชแบบสากล มีดังนี้
ศักราชที่ใช้กันแพร่หลายเป็นสากลในปัจจุบัน คือ คริสต์ศักราช(ค.ศ.) นอกจากนี้ยังมีฮิจเราะห์ศักราช(ฮ.ศ.)ซึ่งมีนับถืออิสลามทั่วโลกใช้
๑.คริสต์ศักราช (ค.ศ.) เริ่มนับศักราชที่ ๑ โดยนับเมื่อพระเยชูศาสนาของศาสนาคริสต์ประสูติหลังพุทธศักราช ๕๔๓ ปีเป็นศักราชที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกอันเนื่องมาจากประเทศมหาอำนาจ เช่น อังกฤษ และฝรั่งเศสใช้คริสต์ศักราชเมื่อเข้าไปจับจองอาณานิคมจึงนำคริสต์ศักราชเข้าไปดินแดนนั้นด้วยหลักฐานที่ปรากฏ เช่น หนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีประเทศอังกฤษ แล ประเทศสยาม คริสต์ศักราช ๑๘๒๖ และหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีประเทศอเมริกา แล ประเทศสยาม คริสต์ศักราช ๑๘๓๓ เป็นต้น
๒.ฮิจเราะห์ศักราช(ฮ.ศ.) เป็นการนับศักราชที่ประเทศส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เริ่มนับฮิจเราะห์ศักราชที่ ๑ในปีที่ท่านนบีมูฮำมัดพร้อมกับสาวกอพยพจากเมืองเมกกะไปอยู่ที่เมืองเมดินะ ฮิจเราะห์ศักราช มีเคาะลีฟฮ์ โอมาร์ หรือกาหลิบ โอมาร์ เป็นผู้ก่อตั้ง ชาวมุสลิมทั่วโลกใช้ฮิจเราะห์ศักราชในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของตน
การเทียบศักราช การเปรียบเทียบการนับศักราชแบบต่างๆกับพุทธศักราช มีหลักการเทียบดังนี้ ๑.การเทียบมหาศักราชกับพุทธศักราช คือ พุทธศักราช = ปัจจุบันม.ศ. + ๖๒๑ หรือ พ.ศ. – ๖๒๑ = ม.ศ. ๒.การเทียบจุลศักราชกับพุทธศักราช คือ พุทธศักราช = ปัจจุบันจ.ศ. + ๑๑๘๑ หรือ พ.ศ. – ๑๑๘๑ = จ.ศ. ๓.การเทียบรัตนโกสินทร์ศกกับพุทธศักราช คือ พุทธศักราช = ปัจจุบัน ร.ศ. + ๒๓๒๔ หรือ พ.ศ. – ๒๓๒๔ = ร.ศ. ๔.การเทียบคริสต์ศักราชกับพุทธศักราช คือ พุทธศักราช = ปัจจุบันค.ศ. + ๕๔๓ หรือ พ.ศ. – ๕๔๓ = ค.ศ. ๕.การเทียบฮิจเราะห์ศักราชกับพุทธศักราช คือ พุทธศักราช = ปัจจุบัน ฮ.ศ. + ๑๑๒๒ หรือ พ.ศ. – ๑๑๒๒ = ฮ.ศ.
การแบ่งยุคสมัยประวัติศาสตร์สากล
หลักเกณฑ์ในการแบ่งสมัยทางประวัติศาสตร์ การศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์ไทย สามารถแบ่งช่วงในการศึกษาได้เป็น 2 ช่วง ได้แก่ สมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ โดยการแบ่งสมัยก่อนประวัติศาสตร์กับสมัย ประวัติศาสตร์ ยึดถือเอาอายุของตัวอักษรที่เก่าแก่ที่สุดเป็นเกณฑ์การแบ่ง สำหรับดินแดนประเทศ ไทยเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์เมื่อพุทธศตวรรษที่ 11 โดยใช้อายุของตัวอักษรบนจารึกซึ่งพบจาก เมืองโบราณที่ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหลัก โดยแต่ละสมัย นักวิชาการจะใช้หลักฐานในการ ศึกษาแตกต่างกัน ดังนี้
1). สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นสมัยที่มนุษย์ยังไม่มีตัวอักษรสำหรับบันทึกเรื่องราว การศึกษาร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในช่วงนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ตีความจาก หลักฐานชั้นต้นที่ได้จากการสำรวจทางโบราณคดี เช่น เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน โลหะ เครื่อง ประดับ เครื่องปั้นดินเผา โครงกระดูก เมล็ดพืช ภาพเขียนสีตามฝาผนังถ้ำ หินกระเทาะ
2). สมัยประวัติศาสตร์ เป็นช่วงที่มีตัวอักษรใช้บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ แล้ว การศึกษาประวัติความเป็นมาของชุมชนในสมัยประวัติศาสตร์ จะมีการใช้หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์ อักษร เช่น จารึก จดหมายเหตุ บันทึกการเดินทาง ปูมโหร พงศาวดาร ตำนาน เป็นต้น และ หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน เช่น เจดีย์ ปราสาทหิน เมืองโบราณ วัด เป็นต้น และโบราณวัตถุ เช่น พระพุทธรูป เทวรูป เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ เงินเหรียญ เป็นต้น มาเป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ตีความเพื่อให้ทราบเรื่องราวความเป็นมาในอดีตให้ชัดเจน ยิ่งขึ้น
2. หลักเกณฑ์การแบ่งยุคในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ การแบ่งยุคในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ นักวิชาการมีหลักในการแบ่งยุค ดังนี้ แบบที่หนึ่ง ให้ความสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยีการทำเครื่องมือเครื่องใช้ โดยถือว่า เทคโนโลยีมีความสำคัญต่อพัฒนาการของมนุษย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ยุค ประกอบด้วย
1) ยุคหิน แบ่งย่อยออกเป็นยุคหินเก่า ยุคหินกลาง และยุคหินใหม่ มีอายุประมาณ 500,000 ปี - 6,000 ปีล่วงมาแล้ว
- ยุคหินเก่า มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ เก็บหาอาหาร อาศัยอยู่ในถ้ำ ใช้เครื่องมือหินที่ทำแบบหยาบๆ รู้จักเขียนภาพตามผนังถ้ำ
- ยุคหินกลาง มนุษย์ดำรงชีวิตเหมือนยุคหินเก่า รู้จักทำเครื่องมือหินที่ประณีต มากขึ้น รู้จักทำเครื่องปั้นดินเผาที่มีลักษณะผิวเรียบมัน
- ยุคหินใหม่ มนุษย์ยุคนี้ดำรงชีวิตโดยการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ตั้งหลักแหล่งถาวร ทำเครื่องมือหินขัด ทำเครื่องปั้นดินเผา ทำเครื่องประดับ
2) ยุคโลหะ ครอบคลุมช่วงเวลาประมาณ 4,000 ปี - 1,500 ปีล่วงมาแล้ว แบ่งย่อย ออกเป็นยุคทองแดง ยุคสำริด และยุคเหล็ก คือ ยึดถือเอาชนิดของโลหะที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์เป็นเกณฑ์ การแบ่ง
- ยุคสำริด มนุษย์อาศัยอยู่เป็นชุมชนใหญ่ขึ้น ดำรงชีวิตด้วยการเพาะปลูก รู้จัก ปลูกข้าว มีการเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว หมู ชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่ายุคหินใหม่ รู้จักทำสำริดเป็นเครื่องใช้ เครื่องประดับ
- ยุคเหล็ก การดำรงชีวิตเจริญและซับซ้อนกว่ายุคสำริด มีการติดต่อค้าขายกับ อารยธรรมต่างแดน ทำให้ผู้คนมีความเจริญแตกต่างกัน มีการนำเหล็กมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ซึ่งมีความคงทนกว่าสำริด ใช้งานได้ดีกว่า แบบที่สอง ให้ความสำคัญในเรื่องแบบแผนการดำรงชีวิตของผู้คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ยุค ประกอบด้วย
2.1) ยุคชุมชนล่าสัตว์ หรือเรียกว่า ยุคชุมชนหาของป่า ยุคนี้จะครอบคลุมช่วงเวลา ประมาณ 500,000 ปี - 6,000 ปีล่วงมาแล้ว
2.2) ยุคหมู่บ้านเกษตรกรรม เป็นช่วงที่มนุษย์รู้จักการดำรงชีวิตด้วยการเพาะปลูก เลี้ยง สัตว์ สังคมยุคนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6,000 ปี - 2,500 ปีล่วงมาแล้ว
2.3) ยุคสังคมเมือง เป็นช่วงที่ชุมชนพัฒนาเป็นสังคมเมือง มีลักษณะเป็นเมืองเล็กๆ สังคมแบบนี้จะถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 2,500 ปีล่วงมาแล้ว
· สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นสมัยที่มนุษย์ยังไม่มีตัวอักษรสำหรับบันทึกเรื่องราว การศึกษาถึงร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในช่วงนี้จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ตีความจากหลักฐานชั้นต้นที่ได้จากการสำรวจทางโบราณคดี เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน โลหะ เครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผา โครงกระดูก เมล็ดพืช ภาพเขียนตามฝาผนังถ้ำ เป็นต้น
· สมัยประวัติศาสตร์ เป็นช่วงที่มีตัวอักษรใช้บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ แล้ว การศึกษาประวัติความเป็นมาของชุมชนในสมัยประวัติศาสตร์ จะมีการใช้หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์ อักษร เช่น จารึก จดหมายเหตุ บันทึกการเดินทาง ปูมโหร พงศาวดาร ตำนาน เป็นต้น และ หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน เช่น เจดีย์ ปราสาทหิน เมืองโบราณ วัด เป็นต้น และโบราณวัตถุ เช่น พระพุทธรูป เทวรูป เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ เงินเหรียญ เป็นต้น มาเป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ตีความเพื่อให้ทราบเรื่องราวความเป็นมาในอดีตให้ชัดเจน ยิ่งขึ้น
1.2 หลักเกณฑ์การแบ่งยุคในสมัยก่อนประวัติศาสตร์
การแบ่งยุคในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ นักวิชาการมีหลักในการแบ่งยุค ดังนี้
แบบที่หนึ่ง ให้ความสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยีการทำเครื่องมือเครื่องใช้ โดยถือว่า เทคโนโลยีมีความสำคัญต่อพัฒนาการของมนุษย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ยุค ประกอบด้วย
1. ยุคหิน ซึ่งจำแนกออกเป็นยุคหินเก่า หินกลาง หินใหม่ มีอายุประมาณ 500,000 - 4,000 ปีล่วงมาแล้ว
2. ยุคสำริด มีอายุประมาณ 4,000 - 2500 ปีล่วงมาแล้ว
3. ยุคเหล็ก มีอายุระหว่าง 2,500 - 1,500 ปีล่วงมาแล้ว
แบบที่สอง ให้ความสำคัญเรื่องแบบแผนการดำรงชีวิตของผู้คน แบ่งออกได้ 3 ยุค ดังนี้
1. ยุคชุมชนล่าสัตว์ หรือเรียกว่า ยุคชุมชนหาของป่า ยุคนี้จะครอบคลุมช่วงเวลา ประมาณ 500,000 ปี - 6,000 ปีล่วงมาแล้ว
2. ยุคหมู่บ้านเกษตรกรรม เป็นช่วงที่มนุษย์รู้จักการดำรงชีวิตด้วยการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ สังคมยุคนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6,000 ปี - 2,500 ปีล่วงมาแล้ว
3. ยุคสังคมเมือง เป็นช่วงที่ชุมชนพัฒนาเป็นสังคมเมือง มีลักษณะเป็นเมืองเล็กๆ สังคมแบบนี้จะถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 2,500 ปีล่วงมาแล้ว